

Absolutely cinema ครึ่งปีนี้ขอยกให้เรื่องนี้ มัน obsessed ที่แปลว่า obsessed จริงๆ ไม่ได้ขนลุกกับหนังที่ไม่ได้ขึ้นชื่อว่าหนังผีอย่างงี้นานแล้วคือมันหลอนอ่ะขนลุกมากๆ ทั้ง ฉาก หรือ ซาวน์ มันทำให้เราหลอนแบบกลัว Nikki แต่รักการดูหนังในโรงมากเพราะเหมือนได้รีแอคพร้อมกับคนอื่นไปพร้อมๆกัน สงสาร Nikki ทั้งที่อยู่เฉยๆแต่กลับต้องเป็นคนที่รับชะตากรรมแบบที่ไม่ได้เลือกเอง โคตรหลอน เรื่องนี้ทำให้มองความหมายของเพลง Forever เปลี่ยนไป " Hold me,Kiss me. Whisper Sweetly. That you love me forever " แบบเลือกเพลงนี้มาปิดท้ายได้ดีมากๆ มันประทับอยู่ข้างในใจอยากจะร้องไห้แบบอึดอัดสงสารแต่ร้องออกมาไม่ออก แอบอยากให้ One Wish Willow มีจริง แต่ในทางที่ดีนะ วันนี้สอบเสร็จก็ลุยมาดูเรื่องนี้กับเพื่อนเลย เป็นวันที่สุดยอดมาก (พรหนึ่งข้อที่อยากขอคือขอให้เกรดวันนี้ออกมาดีตามที่คิดไว้)


ภาคนี้เป็นภาคที่แสดงถึงสังคมของเด็กในยุคสังคมปัจจุบันได้อย่างน่ากลัวมากๆ ที่น่ากลัวก็เพราะมันเป็นความจริง จากใจคนที่โตมาด้วย การเล่นของเล่น ตื่นเช้ามาดูการ์ตูน พอโตก็เล่นไอแพด ตอนเด็กก็มีแต่ของเล่นให้เล่นแต่พอมีไอแพดเข้ามาของเล่นก็เริ่มมีบทบาทน้อยลงตอนดูคือแอบจุกเบาๆเพราะก็แอบนึกถึงของเล่นทุกชิ้นที่บริจาคไปว่าของเล่นพวกนั้นจะรู้สึกเศร้าแบบนี้บ้างมั้ยนะ ซึ่งเรื่องนี้มันสมบูรณ์แบบมากๆ ขอบคุณที่ Bonnie ยังไม่ทอดทิ้งของเล่นชิ้นไหนเลย ตอนออกจากโรงคือแอบอยากร้องเล็กๆ เพราะปิดด้วยเพลง "You've Got a Friend in Me" รู้สึก Nostalgia เบาๆ เป็นภาคที่แอบสร้างความประทับใจในหัวใจเลยหล่ะ กลับบ้านไปขอกลับไปเอาของเล่นสมัยเด็กมาวางไว้ในห้องนะ

I’m just a poor Cinderella