Close-Up
“จริง-ลวง-เลือน-ลาง”
เมื่อความลวงผสมความจริงผสานกันสลับไปมา ผู้ชมอย่างเราจะแยกออกหรือไม่ว่าอันไหนจริงหรืออันไหนลวง สุดยอดภาพยนตร์จากประเทศอิหร่านที่มีวิธีการเล่าเรื่องแสนโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์สารคดีโดยใช้เหตุการณ์จริงสลับไปมากับเหตุการณ์แต่ง แต่ทั้งหมดนั้นถูกเรียงร้อยมาบรรจบกันได้อย่างลงตัว
“Close-Up” นั้นความหมายทั่วไปคือระยะประชิดในการถ่ายภาพและภาพยนตร์ โดยปกติแล้วการถ่ายภาพด้วยเทคนิค Close-Up จุดประสงค์เพื่อสร้างแรงดึงดูด/จุดสนใจ เช่น ตัวละคร, วัตถุ, หรือแม้แต่บทสนทนาที่เกิดขึ้น แต่ในเรื่องมีการใช้เลนส์ Close-Up และ Wing-Angle ในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ถ้ามองผิวเผินเราคงคิดว่ารูปแบบมุมกล้องในการถ่ายภาพยนตร์เฉยๆ แต่ในเรื่องกลับสื่อลงไปลึกมากกว่านั้น
การใช้เลนส์ Close-Up นั้นไม่ใช่แค่การถ่ายภาพระยะประชิด แต่มันคือการเปิดเผยธาตุแท้จิตวิญญาณของตัวละครว่าเหตุใดตัวละครมีเหตุผลใดซุกซ่อนอยู่ในใจและเหตุใดจึงดลบันดาลใจของเขาให้กระทำเช่นนี้
การใช้เลนส์ Wing-Angle เป็นการสะท้อนสภาพสังคมของประเทศอิหร่านและร่วมไปถึงการแสดงถึงอิทธิพลของภาพยนตร์ที่มีต่อคนในสังคม ทำให้เกิดการลอกเลียนแบบ และยังเหมาร่วมโลกยุคใหม่ของภาพยนตร์อีกด้วย
โดยตัวหนังนั้นจะมการแบ่งออกเป็น 3 องค์หลักๆ คือ เรื่องราวเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ถูกจับกุม, พิพากษาคดีความในชั้นศาล และเหตุการณ์หลังได้รับการปล่อยตัว
- องค์แรกของหนัง เป็นการนำเสนอมุมมองของคนตัวละครคนขับ Taxi ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านบทสนทนาในเรื่องที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังรับชมภาพยนตร์ทั่วๆไป ผู้ชมจะได้รับรู้เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในองค์แรก
- องค์สองของหนัง เป็นการนำเสนอเหตุการณ์บนชั้นศาล โดยมีการนำเสนอคู่ขนานระหว่างภาพเหตุการณ์จริง (ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาล) และการแต่งขึ้น โดยให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จำลองเหตุการณ์เคยบังเกิดขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการฉีกกฎทุกอย่างทิ้งอย่างสิ้นเชิง
- องค์สามของหนัง ใช้การนำเสนอผ่านการถ่ายจากระยะไกลจะเห็นฉากที่เต็มไปด้วยความงดงามของภาพยนตร์ เป็นฉากที่ตัวละครหลักขับรถมอเตอร์ไซต์ไปซื้อดอกไม้ ฉากดังกล่าวเป็นการแสดงถึงความรู้สึกผิดจากใจจริงของตัวละคร
สิ่งที่ชอบมากๆในภาพยนตร์เรื่องนี้คือ จุดประสงค์ของผู้กำกับที่ต้องการสร้างความกลมกลืนของเส้นแบ่งระหว่าง Reality vs Fiction ผสมผสานให้กลายเป็นอันหนึ่งเดียวกัน โดยการนำเสนอแนวคิดลบล้างเส้นบ้างๆระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและเหตุการณ์ที่แต่งขึ้น จึงทำให้ผู้ชมได้ตั้งคำถามต่างๆมากมาย จึงไม่แปลกใจว่าทำไมภาพยนตร์เรื่องนี้ “Greatest Film of All-Time”