Monster
“แยบยล คมคาย แต่งดงาม เมื่อเราต่างกลายเป็นปีศาจในสายตาของคนอื่น”
การเล่าเรื่องที่แสนเรียบง่ายสไตล์ราโชมอน ผ่านการเฝ้าดูกิจวิตรประจำวันของตัวละครและผ่านพบกับสิ่งตกกระทบต่อจิตใจ โดยแท้จริงแล้วความเจ็บปวดในชีวิตคืออะไรกันแน่
สไตล์การเล่าเรื่องแบบ “ราโชมอน” ที่ทำให้ผู้ชมอย่างเราได้เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์มากขึ้น ทั้งความรัก ความผิดพลาด ด้านมืด ด้านสว่าง โดยภาพยนตร์เรื่องนี้แบ่งออกเป็น 3 องค์อย่างเห็นได้ชัดในการเล่าเรื่องผ่าน “มุมมองของผู้ใหญ่” และ “มุมมองของเด็ก”
องค์แรกและองค์สอง : จะเป็นเล่าผ่านมุมมองของผู้ใหญ่ ที่โทนหนังจะค่อนข้างมืดมนุษย์ มีการปะทะกันของตัวละคร และเนื้อหาส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันและภาพลักษณ์เป็นหลัก ทั้งการค้ำจุนครอบครัวของแม่ หรือการรักษาภาพพจน์โรงเรียนของพวกครูใหญ่ในสังคมญี่ปุ่น
องค์สาม : การเล่าผ่านมุมมองเด็ก จะเล่าถึงโลกใบเล็กๆ และพื้นที่ส่วนตัวของเด็กสองคน ส่วนตัวมองว่าเป็นการเล่าถึงโลกของเด็กที่ผู้ใหญ่เข้าไม่ถึงและไม่เข้าใจ และความไม่เข้าใจนี้เองที่ค่อยๆ ทำให้โลกของเด็กต้องพังทลายลง ถึงแม้องค์สามจะมีความเรียบง่ายน้อยสุดแต่กับเป็นตอนที่เจ็บปวดที่สุด
ความหมายของคำว่า “ปีศาจ” ในเรื่องนั้นหากวิเคราะห์จากเหตุการณ์และสถานการณ์ต่างๆ จะทำให้สรุปได้ว่า “ปีศาจ” ในเรื่องนี้จึงเป็นการตัดสินใจวิพากษ์ไปเองของตัวละครและสังคม ซึ่งมันมีผลทำให้ชีวิตของคนๆหนึ่งต้องพังทลายลง หรือต้องเผชิญกับทางเลือกสุดแสนลำบาก
ส่วนตัวมองว่าในส่วนนี้คือการวิพากษ์วิจารณ์สังคมญี่ปุ่นที่ภายนอกได้รับการชมเชยในหลากหลายด้าน แต่กลับกันเราต่างไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเบื้องหลังของสังคมญี่ปุ่นก็ยังคงเต็มไปด้วยการกดทับและกดดันที่ไม่เอื้อนเอ่ยได้ เหมือนฉากเป่าทรอมโบนและฮอร์นท้ายเรื่อง
องค์ประกอบสำคัญของภาพยนตร์เรื่องที่ยอดเยี่ยมมากๆเลยคือ ดนตรีประกอบของ Sakamoto Ryuichi ที่มีลักษณะวนลูบซ้ำๆจึงเข้าได้ดีกับสไตล์ของหนังราโชมอน ที่มักเล่าเหตุการณ์ซ้ำๆในหลายแง่มุม และร่วมไปถึงงานภาพที่ถ่ายทอดทิวทัศน์บรรยายธรรมชาติและสังคมของประเทศญี่ปุ่นออกมาได้สวยงามมากๆโดยเฉพาะฉากตอนจบของเรื่อง การวิ่งเล่ยของเด็กทั้งสองทำให้นึกถึงเรื่อง close 2022 เลยครับ
ท้ายที่สุดแล้วนี้คือหนังชีวิตที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนทางจิตใจที่บางครั้งยากเกินจะอธิบายออกมาได้ นี่คือละครแห่งชีวิตจริง ๆ ผ่านการตีแผ่เรื่องราวด้านมืดของมนุษย์ที่บางครั้งก็ไม่มีใครรู้จักตัวเองดีพอ แม้แต่กับตัวเองก็ตาม ผ่านการนำพาผู้ชมเข้าไปสำรวจแง่มุมชีวิตของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความข่มขืนทางคุณภาพชีวิตและจิตใจ
ทุกคนมีความลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้ แม้ในวันสุดท้ายของชีวิต และนั่นก็คือความเจ็บปวดที่ต้องแบกรับไว้ เพราะในชีวิตของมนุษย์คงไม่มีคำตอบสุดท้าย และถ้าไม่โลกสวยเกินไป ชีวิตคงหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดไม่ได้ แต่ความเจ็บปวดต่างหากที่ทำให้เรารู้รสชาติของชีวิต