Slice
ผลงานสุดคลาสสิกที่แหกขนบความเป็นไทยเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของเลือดและศพ หากแต่เป็นภาพสะท้อนของความชั่วร้ายมักถูกซ่อนอยู่ใต้ความเงียบ และบาปที่แท้จริงอาจไม่ใช่การลงมือ แต่คือการปล่อยให้มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หนังเรื่องนี้ถือเป็นผลงานชิ้นแรกๆ ที่ทำให้ชื่อของ คุณก้องเกียรติ โขมศิริ เริ่มโดดเด่นขึ้นในวงการภาพยนตร์ไทย เพราะตัวเขานั้นมีความกล้าในการผสมความเป็นทริลเลอร์เลือดเย็นเข้ากับดราม่าทางอารมณ์และประเด็นสังคมได้อย่างเฉียบ โดยเฉพาะเรื่อง บาป ความรุนแรง และอดีตที่ตามหลอกหลอนมนุษย์
สำหรับผู้เขียนมองว่าหนังเรื่องนี้ถือเป็นหนังทริลเลอร์ที่โดดเด่นด้วยโครงสร้างทางอารมณ์และความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความมืดในใจมนุษย์ โดยหนังเปิดด้วยคดีฆาตกรรมสุดสยอง และค่อยๆ แกะปมออกทีละชั้น ผ่านสายตาของตัวละครที่ต้องสืบหาฆาตกร ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเองก็มีอดีตที่ยากจะลืมเช่นกัน
หนึ่งสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีความแตกต่างจากผลงานภาพยนตร์ไทยทั่วไป คือ การที่มันไม่ได้ตั้งใจแค่ 'จับฆาตกร' แต่ยังตั้งคำถามต่อ ความรุนแรงที่ฝังรากในสังคมไทย ความเพิกเฉยของคนรอบข้าง ความเหลื่อมล้ำที่ผลักให้คนกลายเป็นเหยื่อ และระบบที่ไม่เคยมองมนุษย์ในฐานะมนุษย์ได้อย่างแยบยล
แม้ในช่วงท้ายจะสังเกตได้ว่าตัวหนังจะมีบางจุดที่ดูเร่งรีบเกินไป และการเฉลยปมอาจไม่ได้ชวนตกตะลึงเท่าที่คาดหวัง แต่สิ่งที่หนังเรื่องนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมคือการคง 'ความจริง' ไว้ในโครงสร้างของความรุนแรง มันไม่พยายามสั่งสอนหรือทำให้ทุกอย่างจบสวยงาม เพราะโลกจริงไม่เคยเป็นแบบนั้น
'เฉือน' ถือเป็นผลงานสุดคลาสสิกของประเทศไทยที่พยายามถามหาความรับผิดชอบของสังคม ผ่านเรื่องราวของฆาตกรที่อาจไม่ต่างจากเหยื่อคนอื่นๆ โดยหนังไม่ได้พยายามชี้ว่าใครดีหรือเลว แต่สะกิดให้เราตั้งคำถามว่า 'ในประเทศที่ความรุนแรงกลายเป็นเรื่องปกติ ใครกันแน่ที่เป็นคนผิดตัวจริง?'