TÁR
"สูงสุดคืนสู่สามัญ ในวันที่อำนาจทำให้เราวอดวาย"
เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ต้องใช้ความสามารถในการรับชมสูงมาก ถึงแม้จะไม่ต้องพึ่งการตีความมากมายนักแต่ตลอดทั้งเรื่องสามารถนำพาผู้ชมอย่างเราฉุกคิดได้ตลอดทั้งเรื่อง ภาพยนตร์เลือกที่จะเล่นท่ายากพอสมควร ในองค์แรกๆของหนัง สิ่งที่ผู้ชมจะต้องปะทะอย่างแรกเลยก็คือ บรรดาศัพท์ที่เกี่ยวกับการประพันธ์เพลงและการบรรเลงดนตรี รวมถึงวัฒนธรรมของวงการดนตรีสากล ชื่อประพันธกรทั้งที่คุ้นชื่อและไม่คุ้นชื่อ โดยตัวภาพยนตร์จะแบ่งเป็น 3 องค์หลักๆ
องค์แรก : ภาพยนตร์ต้องการที่จะปูเรื่องให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของ Lydia Tár (รับบทโดย Cate Blanchett) ในฐานะนักประพันธ์ระดับโลกด้วยใช้ฉาก Long Take เป็นการสนทนาที่ชวนให้เราสังเกตบุคลิก ทัศนคติ ความรู้ความสามารถของเธอ
องค์ที่สอง : ตัวภาพยนตร์ค่อยปลอกลอกตัวตนของตัวละครออกมาทีละนิดเพื่อให้ผู้ชมอย่างเราได้เข้าใจถึงตัวตนและทัศนคติของตัวละคร โดยเลือกหยิบยกประเด็นทางสังคมมาตั้งคำถามที่ดูร่วมสมัยมากโดยเฉพาะในยุคนี้ว่าเราสามารถแยกพฤติกรรมแย่ๆของผู้มีชื่อเสียงออกจากความสามารถของเขาได้หรือไม่ แล้วความหมายของวัฒนธรรมคว่ำบาตรจริงๆคืออะไร (Cancel Culture)
องค์ที่สาม : ภาพยนตร์ได้นำเสนอจุดต่ำสุดของนักประพันธ์ชื่อดังโดยเปรียบเปรยง่ายๆได้ว่า "สูงสุดคืนสู่สามัญ ในวันที่อำนาจทำให้เราวอดวาย" เราจะเห็นได้เลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัว Lydia Tár (รับบทโดย Cate Blanchett) โดยสุดท้ายแล้ว ทุกเส้นทางนั้นผิดพลาด เพราะ การกระทำและการเลือกเดินของเธอ ส่งผลให้เธอต้องตกลงมาจากสูงสุดสู่สามัญของตัวเธอเอง
สิ่งที่ต้องชื่นชมมากที่สุดเลยคือ การแสดงอันทรงพลังของ Cate Blanchett ที่สวมวิญญาณของ Lydia Tár ได้อย่างยอดเยี่ยมจนไม่สามารถหาคำมาเปรียบได้เลย เธอสามารถสื่อสารความเป็นเผด็จการในวงการออเครสตรา ร่วมไปทั้งทัศนคติแนวคิดและท่าทางการพูดและการแสดงของเธอออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนตัวยกให้เป็นหนึ่งในการแสดงที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอเลย