

2022·Drama·1h 52m
7.1
★







An essayist, he finds peace in his mountain life. His routine is pleasantly disturbed by occasional visits from Machiko, his editor and love interest, as he struggles to let go of his late wife's ashes.
Directed by Yuji Nakae
mountain
zen
writer
nagano
mountain life

Trailer
Cast

Kenji Sawada
Tsutomu

Takako Matsu
Machiko

Naomi Nishida
Mika

Toshinori Omi
Ryu

Fumi Dan
Fumiko

Shōhei Hino
Carpenter

Tomoko Naraoka
Chie
Crew

Yuji Nakae
Director

Yuji Nakae
Writer

Yoshihide Otomo
Original Music Composer
Popular Reviews
7 reviews
Isa
7.0★ · 10/29/25

"Nothing beats eating with people you like" .. Yap, aku sangat setuju dengan ini. Film ini bener-bener kaya akan culture. gk ada villain, hanya hidup yang terus berjalan. Aku menyebutnya sebuah film yang menggambarkan kehidupan slow living di masa tua. Actually, kehidupan seperti ini lah yang aku inginkan untuk hari tuaku. Mempunyai rumah sederhana yang jauh dari hiruk pikuk perkotaan. Mempunyai kebun sendiri dimana aku menghasilkan makananku sendiri. Namun, aku tidak yakin apakah aku bisa menjalani kehidupan sendiri seperti itu. Aku tidak ingin hidup sendirian. Bertetangga dengan sahabat sendiri walau diperkotaan mungkin terdengar lebih baik. I knew about we were born alone and we'll die alone as this movie sad.. but yeahh.. aku ingin menciptakan memori sebanyak mungkin dengan orang yang aku suka. Yang jelas, aku tidak ingin menyusahkan siapapun di masa tua nanti. Ingin tetap hidup mandiri namun tidak sendiri..
"Nothing beats eating with people you like" .. Yap, aku sangat setuju dengan ini. Film ini bener-bener kaya akan culture. gk ada villain, hanya hidup yang terus berjalan. Aku menyebutnya sebuah film yang menggambarkan kehidupan slow living di masa tua. Actually, kehidupan seperti ini lah yang aku inginkan untuk hari tuaku. Mempunyai rumah sederhana yang jauh dari hiruk pikuk perkotaan. Mempunyai kebun sendiri dimana aku menghasilkan makananku sendiri. Namun, aku tidak yakin apakah aku bisa menjalani kehidupan sendiri seperti itu. Aku tidak ingin hidup sendirian. Bertetangga dengan sahabat sendiri walau diperkotaan mungkin terdengar lebih baik. I knew about we were born alone and we'll die alone as this movie sad.. but yeahh.. aku ingin menciptakan memori sebanyak mungkin dengan orang yang aku suka. Yang jelas, aku tidak ingin menyusahkan siapapun di masa tua nanti. Ingin tetap hidup mandiri namun tidak sendiri..
Chakrit
10.0★ · 08/16/25

เมื่อฤดูทั้งสี่หมุนเวียนด้วยความงดงามอันเป็นนิรันดร์ เราจึงกลับได้พบว่าความรุ่มรวยที่แท้จริงไม่ใช่ในเงินทอง หากแต่ในความเรียบง่ายของอาหารหนึ่งมื้อ เสียงลมพัดผ่านป่า และความสงบที่ซึมซับอยู่ในทุกอณูของชีวิตประจำวันในแบบวิธี Zen
ผลงานภาพยนตร์จากประเทศญี่ปุ่นที่มีกลวิธีการเล่าเรื่องแบบสารคดีเรื่องนี้จะพาผู้ชมทุกท่านเข้าไปยลโฉมความงดงามของฤดูกาลทั้งสี่ พร้อมดื่มด่ำกับผลิตผลของพืชพรรณจากธรรมชาติ และร่วมพิจารณษพร้อมกับตัวละครอย่างลึกซึ้งว่าอะไรกันแน่คือความรุ่มรวยที่แท้จริงของชีวิตมนุษย์
หนึ่งสิ่งที่ทำให้ผู้เขียนหลงรักภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ 'การใช้รายละเอียดเล็กๆ ของชีวิตประจำวัน' มาขยายเป็นภาพสะท้อนความงามและความจริงแท้ของการมีอยู่ ผ่านฉากการทำอาหารจากวัตถุดิบที่เก็บเอง ปลูกเอง และปรุงเอง ไปจนถึงการดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติที่โอบล้อมอยู่รอบตัว
ภาพยนตร์ยังมีการวิพากษ์ต่อวิถีชีวิตทุนนิยมที่มักยัดเยียดความเร่งรีบ การได้เห็นตัวละครค่อยๆ ทำอาหารอย่างประณีต หรือการออกไปเก็บฟืนและผักป่า กลายเป็นเรียนอันล้ำค่าที่ทำใหเราตระหนักว่า ความสุขแท้จริงไม่จำเป็นต้องไขว่คว้าจนเหนื่อยล้า หากแฝงอยู่ในความเรียบง่ายที่เรามักฃมองข้าม
จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ การถ่ายทอด 'ความงามของฤดูทั้งสี่' หิมะที่คลุมทุ่งนา ความสดชื่นของฤดูใบไม้ผลิ ความอุดมของผักผลไม้ในฤดูร้อน และความงามแฝงเศร้าในฤดูใบไม้ร่วง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงฉากหลัง แต่คือ 'ภาษาภาพยนตร์' ที่ทำให้เรารู้ว่ามนุษย์ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
นอกจากนี้ภาพยนตร์ยังมีการถ่ายทอดรูปแบบการใช้ชีวิตในวิถี Zen ผ่านตัวละครที่แสดงถึงความใส่ใจในทุกกิจกรรมเป็นการฝึกสติ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผัก เก็บเห็ด หรือทำอาหาร ทุกขั้นตอนคือการฝึก 'ใจอยู่กับปัจจุบัน' และชีวิตถึงยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทอง แต่เป็นการยอมรับสัจธรรมของชีวิต
แม้ผู้เขียนจะไม่ได้เป็นคนรับประทานอาหารเจ แต่หลังจากรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้จบ 'อาหาร' ในเรื่องกลับกระตุ้นต่อมลิ้มรสของเราเสียเหลือเกิน โดยอาหารที่ปรากฏในเรื่องไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเลี้ยงชีวิต แต่ยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสะท้อนความเอาใจใส่และการตระหนักถึงคุณค่าของวัตถุดิบทุกชิ้น
'The Zen Diary' จึงไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องของชายผู้เลือกใช้ชีวิตอย่างสันโดษ แต่คือการเชื้อเชิญให้เราทบทวนว่า 'ความรุ่มรวยที่แท้จริง' สำหรับเรานั้นอยู่ตรงไหน ระหว่างสิ่งที่โลกกำหนดหรือสิ่งที่หัวใจเงียบๆ ของเราปรารถนา พร้อมยลโฉมของฤดูทั้งสี่และค้นหาความไม่จีรังในระบบทุนนิยม
ผลงานภาพยนตร์จากประเทศญี่ปุ่นที่มีกลวิธีการเล่าเรื่องแบบสารคดีเรื่องนี้จะพาผู้ชมทุกท่านเข้าไปยลโฉมความงดงามของฤดูกาลทั้งสี่ พร้อมดื่มด่ำกับผลิตผลของพืชพรรณจากธรรมชาติ และร่วมพิจารณษพร้อมกับตัวละครอย่างลึกซึ้งว่าอะไรกันแน่คือความรุ่มรวยที่แท้จริงของชีวิตมนุษย์
หนึ่งสิ่งที่ทำให้ผู้เขียนหลงรักภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ 'การใช้รายละเอียดเล็กๆ ของชีวิตประจำวัน' มาขยายเป็นภาพสะท้อนความงามและความจริงแท้ของการมีอยู่ ผ่านฉากการทำอาหารจากวัตถุดิบที่เก็บเอง ปลูกเอง และปรุงเอง ไปจนถึงการดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติที่โอบล้อมอยู่รอบตัว
ภาพยนตร์ยังมีการวิพากษ์ต่อวิถีชีวิตทุนนิยมที่มักยัดเยียดความเร่งรีบ การได้เห็นตัวละครค่อยๆ ทำอาหารอย่างประณีต หรือการออกไปเก็บฟืนและผักป่า กลายเป็นเรียนอันล้ำค่าที่ทำใหเราตระหนักว่า ความสุขแท้จริงไม่จำเป็นต้องไขว่คว้าจนเหนื่อยล้า หากแฝงอยู่ในความเรียบง่ายที่เรามักฃมองข้าม
จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ การถ่ายทอด 'ความงามของฤดูทั้งสี่' หิมะที่คลุมทุ่งนา ความสดชื่นของฤดูใบไม้ผลิ ความอุดมของผักผลไม้ในฤดูร้อน และความงามแฝงเศร้าในฤดูใบไม้ร่วง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงฉากหลัง แต่คือ 'ภาษาภาพยนตร์' ที่ทำให้เรารู้ว่ามนุษย์ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
นอกจากนี้ภาพยนตร์ยังมีการถ่ายทอดรูปแบบการใช้ชีวิตในวิถี Zen ผ่านตัวละครที่แสดงถึงความใส่ใจในทุกกิจกรรมเป็นการฝึกสติ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผัก เก็บเห็ด หรือทำอาหาร ทุกขั้นตอนคือการฝึก 'ใจอยู่กับปัจจุบัน' และชีวิตถึงยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทอง แต่เป็นการยอมรับสัจธรรมของชีวิต
แม้ผู้เขียนจะไม่ได้เป็นคนรับประทานอาหารเจ แต่หลังจากรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้จบ 'อาหาร' ในเรื่องกลับกระตุ้นต่อมลิ้มรสของเราเสียเหลือเกิน โดยอาหารที่ปรากฏในเรื่องไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเลี้ยงชีวิต แต่ยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสะท้อนความเอาใจใส่และการตระหนักถึงคุณค่าของวัตถุดิบทุกชิ้น
'The Zen Diary' จึงไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องของชายผู้เลือกใช้ชีวิตอย่างสันโดษ แต่คือการเชื้อเชิญให้เราทบทวนว่า 'ความรุ่มรวยที่แท้จริง' สำหรับเรานั้นอยู่ตรงไหน ระหว่างสิ่งที่โลกกำหนดหรือสิ่งที่หัวใจเงียบๆ ของเราปรารถนา พร้อมยลโฉมของฤดูทั้งสี่และค้นหาความไม่จีรังในระบบทุนนิยม
เมื่อฤดูทั้งสี่หมุนเวียนด้วยความงดงามอันเป็นนิรันดร์ เราจึงกลับได้พบว่าความรุ่มรวยที่แท้จริงไม่ใช่ในเงินทอง หากแต่ในความเรียบง่ายของอาหารหนึ่งมื้อ เสียงลมพัดผ่านป่า และความสงบที่ซึมซับอยู่ในทุกอณูของชีวิตประจำวันในแบบวิธี Zen
ผลงานภาพยนตร์จากประเทศญี่ปุ่นที่มีกลวิธีการเล่าเรื่องแบบสารคดีเรื่องนี้จะพาผู้ชมทุกท่านเข้าไปยลโฉมความงดงามของฤดูกาลทั้งสี่ พร้อมดื่มด่ำกับผลิตผลของพืชพรรณจากธรรมชาติ และร่วมพิจารณษพร้อมกับตัวละครอย่างลึกซึ้งว่าอะไรกันแน่คือความรุ่มรวยที่แท้จริงของชีวิตมนุษย์
หนึ่งสิ่งที่ทำให้ผู้เขียนหลงรักภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ 'การใช้รายละเอียดเล็กๆ ของชีวิตประจำวัน' มาขยายเป็นภาพสะท้อนความงามและความจริงแท้ของการมีอยู่ ผ่านฉากการทำอาหารจากวัตถุดิบที่เก็บเอง ปลูกเอง และปรุงเอง ไปจนถึงการดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติที่โอบล้อมอยู่รอบตัว
ภาพยนตร์ยังมีการวิพากษ์ต่อวิถีชีวิตทุนนิยมที่มักยัดเยียดความเร่งรีบ การได้เห็นตัวละครค่อยๆ ทำอาหารอย่างประณีต หรือการออกไปเก็บฟืนและผักป่า กลายเป็นเรียนอันล้ำค่าที่ทำใหเราตระหนักว่า ความสุขแท้จริงไม่จำเป็นต้องไขว่คว้าจนเหนื่อยล้า หากแฝงอยู่ในความเรียบง่ายที่เรามักฃมองข้าม
จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ การถ่ายทอด 'ความงามของฤดูทั้งสี่' หิมะที่คลุมทุ่งนา ความสดชื่นของฤดูใบไม้ผลิ ความอุดมของผักผลไม้ในฤดูร้อน และความงามแฝงเศร้าในฤดูใบไม้ร่วง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงฉากหลัง แต่คือ 'ภาษาภาพยนตร์' ที่ทำให้เรารู้ว่ามนุษย์ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
นอกจากนี้ภาพยนตร์ยังมีการถ่ายทอดรูปแบบการใช้ชีวิตในวิถี Zen ผ่านตัวละครที่แสดงถึงความใส่ใจในทุกกิจกรรมเป็นการฝึกสติ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผัก เก็บเห็ด หรือทำอาหาร ทุกขั้นตอนคือการฝึก 'ใจอยู่กับปัจจุบัน' และชีวิตถึงยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทอง แต่เป็นการยอมรับสัจธรรมของชีวิต
แม้ผู้เขียนจะไม่ได้เป็นคนรับประทานอาหารเจ แต่หลังจากรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้จบ 'อาหาร' ในเรื่องกลับกระตุ้นต่อมลิ้มรสของเราเสียเหลือเกิน โดยอาหารที่ปรากฏในเรื่องไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเลี้ยงชีวิต แต่ยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสะท้อนความเอาใจใส่และการตระหนักถึงคุณค่าของวัตถุดิบทุกชิ้น
'The Zen Diary' จึงไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องของชายผู้เลือกใช้ชีวิตอย่างสันโดษ แต่คือการเชื้อเชิญให้เราทบทวนว่า 'ความรุ่มรวยที่แท้จริง' สำหรับเรานั้นอยู่ตรงไหน ระหว่างสิ่งที่โลกกำหนดหรือสิ่งที่หัวใจเงียบๆ ของเราปรารถนา พร้อมยลโฉมของฤดูทั้งสี่และค้นหาความไม่จีรังในระบบทุนนิยม
ผลงานภาพยนตร์จากประเทศญี่ปุ่นที่มีกลวิธีการเล่าเรื่องแบบสารคดีเรื่องนี้จะพาผู้ชมทุกท่านเข้าไปยลโฉมความงดงามของฤดูกาลทั้งสี่ พร้อมดื่มด่ำกับผลิตผลของพืชพรรณจากธรรมชาติ และร่วมพิจารณษพร้อมกับตัวละครอย่างลึกซึ้งว่าอะไรกันแน่คือความรุ่มรวยที่แท้จริงของชีวิตมนุษย์
หนึ่งสิ่งที่ทำให้ผู้เขียนหลงรักภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ 'การใช้รายละเอียดเล็กๆ ของชีวิตประจำวัน' มาขยายเป็นภาพสะท้อนความงามและความจริงแท้ของการมีอยู่ ผ่านฉากการทำอาหารจากวัตถุดิบที่เก็บเอง ปลูกเอง และปรุงเอง ไปจนถึงการดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติที่โอบล้อมอยู่รอบตัว
ภาพยนตร์ยังมีการวิพากษ์ต่อวิถีชีวิตทุนนิยมที่มักยัดเยียดความเร่งรีบ การได้เห็นตัวละครค่อยๆ ทำอาหารอย่างประณีต หรือการออกไปเก็บฟืนและผักป่า กลายเป็นเรียนอันล้ำค่าที่ทำใหเราตระหนักว่า ความสุขแท้จริงไม่จำเป็นต้องไขว่คว้าจนเหนื่อยล้า หากแฝงอยู่ในความเรียบง่ายที่เรามักฃมองข้าม
จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ การถ่ายทอด 'ความงามของฤดูทั้งสี่' หิมะที่คลุมทุ่งนา ความสดชื่นของฤดูใบไม้ผลิ ความอุดมของผักผลไม้ในฤดูร้อน และความงามแฝงเศร้าในฤดูใบไม้ร่วง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงฉากหลัง แต่คือ 'ภาษาภาพยนตร์' ที่ทำให้เรารู้ว่ามนุษย์ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
นอกจากนี้ภาพยนตร์ยังมีการถ่ายทอดรูปแบบการใช้ชีวิตในวิถี Zen ผ่านตัวละครที่แสดงถึงความใส่ใจในทุกกิจกรรมเป็นการฝึกสติ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผัก เก็บเห็ด หรือทำอาหาร ทุกขั้นตอนคือการฝึก 'ใจอยู่กับปัจจุบัน' และชีวิตถึงยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทอง แต่เป็นการยอมรับสัจธรรมของชีวิต
แม้ผู้เขียนจะไม่ได้เป็นคนรับประทานอาหารเจ แต่หลังจากรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้จบ 'อาหาร' ในเรื่องกลับกระตุ้นต่อมลิ้มรสของเราเสียเหลือเกิน โดยอาหารที่ปรากฏในเรื่องไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเลี้ยงชีวิต แต่ยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสะท้อนความเอาใจใส่และการตระหนักถึงคุณค่าของวัตถุดิบทุกชิ้น
'The Zen Diary' จึงไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องของชายผู้เลือกใช้ชีวิตอย่างสันโดษ แต่คือการเชื้อเชิญให้เราทบทวนว่า 'ความรุ่มรวยที่แท้จริง' สำหรับเรานั้นอยู่ตรงไหน ระหว่างสิ่งที่โลกกำหนดหรือสิ่งที่หัวใจเงียบๆ ของเราปรารถนา พร้อมยลโฉมของฤดูทั้งสี่และค้นหาความไม่จีรังในระบบทุนนิยม
demian
8.0★ · 06/13/24

Japanese Film Festival Online 2024
9/23
9/23
Japanese Film Festival Online 2024
9/23
9/23
raeverin
6.0★ · 06/08/24

little forest for men
little forest for men
agatha
8.0★ · 01/11/26
